การมีสติและใช้ชีวิตไม่ประมาทเป็นสิ่งที่ทุกๆ ท่านควรที่จะพึ่งระลึกไว้อยู่กันเสมอนะครับ เพราะการไม่ดูแลตัวเอง ก็ไม่มีใครดูแลได้ดีที่สุดครับ ซึ่งในบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “แนะแนว การใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท” กันครับ จะมีแนวทางอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันเล้ยย!!!
ความประมาท คืออะไร?
ความประมาทเลินเล่อ หมายถึง ความที่กระทำการใด ๆ โดยปราศจากความระมัดระวัง หรือโดยละเลยในสิ่งที่ควรกระทำ ผู้กระทำการโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
การใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท
การใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราอยู่รอดปลอดภัย หลีกเลี่ยงอันตรายและความเสี่ยงต่างๆ ได้ ซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้
►ตระหนักถึงความปลอดภัย ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น โดยระมัดระวังและคำนึงถึงผลที่จะตามมาก่อนการกระทำสิ่งต่างๆ
►ศึกษาหาความรู้และข้อมูลให้เพียงพอก่อนลงมือทำอะไร อย่าดำเนินการไปโดยพึ่งแต่ความรู้เดิมที่มีอยู่อย่างจำกัด
►สังเกตสภาพแวดล้อมและสถานการณ์รอบข้างอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อคาดการณ์ปัญหาหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
►วางแผนและเตรียมการให้พร้อมในสิ่งที่จำเป็นต้องดำเนินการ มีแผนสำรองรองรับสถานการณ์ที่อาจผิดแผกไปจากเดิม
►ปฏิบัติตามกฎระเบียบ คำแนะนำ หรือคำเตือนต่างๆ อย่างเคร่งครัด อย่าละเลยหรือมองข้าม
►ไม่ประมาทหรือรู้สึกมั่นใจเกินความจริงกับสิ่งที่คุ้นเคย ระมัดระวังความผิดพลาดและความชำนาญเกินไป
►ทบทวนและประเมินสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมปรับเปลี่ยนแนวทางได้หากมีความเสี่ยงหรืออันตรายเกิดขึ้น
สรุปแล้ว การมีสติระมัดระวังรอบคอบ การเตรียมความพร้อม และการปฏิบัติอย่างรับผิดชอบตามกฎเกณฑ์และความปลอดภัย จะช่วยให้การใช้ชีวิตนั้นไม่ประมาทและอยู่ร่วมกับความเสี่ยงอันตรายต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย
สติคู่กับธรรมะ สัมพันธ์กันอย่างไร?
“สติ” ก็คือปัจจุบัน ให้จิตอยู่ในปัจจุบัน อยู่กับการกระทำของร่างกาย ถ้าอยู่กับการกระทำของร่างกายก็จะมีสติถ้าปล่อยให้ร่างกายอยู่ไปตามลำพัง ส่วนจิตไปคิดเรื่องอื่นก็จะไม่มีสติ
“ธรรมะ” ก็คือ หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ได้ให้แง่คิดในการใช้ชีวิตกับมนุษย์ทุกคน ให้ตระหนักถึงการทำความดี ละเว้นจากบาปหรือการทำชั่ว รู้จักตน รู้จักโลก พอรวมกันระหว่างกับสติกับธรรมะ ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีและน่าสนใจนั้นก็คือ “ทุกๆ อย่างต้องบนความมีสติและยึดหลักความเป็น” ในการใช้ชีวิตนั้นเองครับ
แนะนำ หลักธรรมของพระพุทธเจ้าที่สามารถประยุกต์ใช้ในการใช้ชีวิต
1.อิทธิบาท 4 เป็นธรรมะเหมาะกับการใช้ในการทำงาน ทำให้เรามีสติกับการลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ซึ่งประกอบด้วย
– ฉันทะ คือ ความรักงาน-พอใจกับงานที่ทำอยู่
– วิริยะ คือ ขยันหมั่นเพียรกับงาน
– จิตตะ คือ ความเอาใจใส่รับผิดชอบงาน
– วิมังสา คือ การพินิจพิเคราะห์ หรือ ความเข้าใจทำ
2.ศีล 5 จะช่วยให้การใช้ชีวิตเป็นสุข ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีสติในการใช้ชีวิตอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นเอง จะประกอบไปด้วย
งดเว้นการฆ่าสัตว์, งดเว้นการลักทรัพย์ม, งดเว้นการละเมิดกาม, งดเว้นการพูดเท็จและงดเว้นการดื่มสุราเมรัย
3. อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ว่ากันด้วยเรื่องของความจริงที่คนเราต้องยึดถือและรู้แจ้งถึงเหตุผลต่างๆ หรืออีกนัยยะหนึ่งคือ การมีสิตสัมปัชชัญะอยู่เสมอๆ นั้นเอง ซึ่งประกอบไปด้วย
– ทุกข์ คือ ความจริงที่ว่าด้วยความทุกข์
– สมุทัย คือ ความจริงที่ว่าด้วยเหตุให้เกิดทุกข์
– นิโรธ คือ ความจริงที่ว่าด้วยความดับทุกข์
– มรรค คือความจริงที่ว่าด้วยทางแห่งความดับทุกข์
เป็นอย่าไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “แนะแนว การใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท” ที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้กันครับ คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดีกันนะครับ
